|
ปราสาทพิมานอากาศ
สร้างด้วยศิลาแลงซ้อนกัน 3 ชั้นแบบปิรามิด ชั้นบนสุดเป็นหินทรายเชื่อว่าเป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าประจำวัน กล่าว
กันว่าทุกคืนก่อนพระเจ้าแผ่นดินจะทรงบรรทมจะต้องมาสวดมนต์บูชาเทพเจ้าทุกคืนแล้วไปชมสระน้ำซึ่งอยู่ทางเหนือ
ของพระราชวัง เป็นที่ซึ่งเจ้านายในราชสำนักใช้เป็นที่อาบน้ำแบ่งออกเป็น 2 สระ สำหรับสระ ผู้ชายสระหนึ่งและสระผู้
หญิงสระหนึ่ง ก่อนออกจากบริเวณพระราชวังหลวง เราจะเดินผ่าน
ศาลพระเจ้าขี้เรื้อน
ด้านหน้าและด้านหลังกับผนังทั้ง 2 ด้านแต่งด้วยหินทรายและลายปูนปั้นเป็นเทพอัปสรและอสูรเป็นชั้นๆ เป็นภาพที่
งดงามมาก |
|
|
พลับพลาช้าง
ฐานของพลับพลาสร้างด้วยหินจำหลักเป็นรูปการจับช้างและครุฑยาวประมาณ 300 เมตร เป็นสถานที่ที่กษัตริย์นั่งทอด
พระเนตรการสวน สนาม การซ้อมรบ และการเฉลิมฉลองต่างๆ การละเล่นไฟ พะเนียงแบบท้องสนามหลวงของไทย |
 |
|
ปราสาทพระขรรค์
เป็นที่ตั้งของจารึกล้ำค่าที่เป็นกุญแจไปสู่ประวัติศาสตร์เขมร สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในปี พ.ศ. 1734 ตั้งอยู่
กลางป่ารกที่มีเถาวัลย์พันไปมาอย่างงดงาม นอกจากนั้นท่านจะได้ชมห้องทุบอกซึ่งเมื่อท่านยืนเอาหลังแนบกำแพง
ภายในห้องขนาดย่อม ในตัวปราสาทและทุบอกของท่านเองแม้เพียงเบา อะไรจะเกิดขึ้นขอเชิญ ท่านพิสูจน์เอง |
 |
|
พระราชวิหาร หรือ ปราสาทตา Ta Prohm
เป็นวัดในพระพุทธศาสนาลัทธิมหายาน สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในปี ค.ศ.1186 ศิปะเขมรแบบบายน จารึกพบที่
ปราสาทแห่งนี้ กล่าวถึงการสร้างปราสาท ความว่า "บุรีชื่อ ราชวิหาร(ปราสาทตาพรหม)นี้มีองค์ใดโอ่อ่าด้วยทองคำ
สว่างพร่างพราวด้วยเพชร (พระเจ้าชัยวรมันที่ 7)ได้ทรงก่อสร้างอยู่บนแผ่นดิน ซึ่งพระองค์รบเอาได้ด้วยพระหัตถ์ของ
พระองค์ เพื่อประดิษฐานไว้ซึ่งมุนินทรมารดา" |
 |
|
ปราสาทนาคพัน
ลักษณะเป็นเกาะเล็กๆตั้งอยู่กลางบาราย(ทะเลสาบ)ทำฐานเป็นรูปนาคขดพันลำตัวเวียนขึ้นเป็นชั้นซ้อนกันแทนขั้นบัน
ไดองค์ปราสาทด้านนอกแกะสลักภาพพระโพธิ ิสัตว์ขนาดใหญ่อย่างงดงาม รอบสระ |
 |
|
ปราสาทตาแก้ว
ซึ่งเป็นหินทรายขนาดใหญ่ประกอบด้วยปราสาท 5 หลัง ตั้งอยู่บนฐานศิลาทรายสูงใหญ่มีระเบียงคดล้อมรอบตัวปรา
สาทโดยมีหลังคามุงด้วย อิฐเป็นครั้งแรกในเขมร |
 |
|
กรุงพนมเปญ
วัดพนม
ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ใจกลางกรุงพนมเปญ ภายในวัดจะประดิษฐานพระพุทธรูป และรูปปั้นของนางเพ็ญ ซึ่งตาม
ตำนานกล่าวว่านางเพ็ญผู้พบพระพุทธรูปองค์นี้ลอยน้ำมาจึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ต่อมาภายหลังเมื่อมีการสถาป
นาบริเวณนี้เป็นเมืองหลวงจึงได้ชื่อว่ากรุงพนมเปญ ตามชื่อของวัดแห่งนี้ |
 |
|
โตนเลสาป
เป็นทะเลสาปน้ำจึดขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย โตนเลสาปไม่ได้เป็นแค่แหล่งน้ำธรรมชาติเท่านั้น หากยังเป็นแหล่ง
รวมผู้คนต่างเชื่อชาติศาสนา ที่อาศัยทรัพยากรจากทะเลสาปแห่งนี้ในการเลี้ยงชีพทำให้เกิดวิถีชีวิตอันหลากหลาย
น่าประทับใจอย่างยิ่ง ลักษณะทั่วไป เป็นทะเลสาปน้ำจืดขนาดใหญ่ มีแม่น้ำโขงไหล ผ่านความยาวประมาณ 500
กม.อยู่ห่างจากกรุงพนมเปญ ประมาณ 100 กม.เมื่อถึงฤดูน้ำหลากจะมีพื้นที่ 7,500 ตร.กม.มีปลาชุกชุมกว่า 200
ชนิด และเป็นที่อาศัยของปลาบึก ก่อนจะว่ายทวนน้ำโขงไปผสมพันธู์ |
 |
|